|
เฟดไฟเขียวAIG แยกเอไอเออิสระ |
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันอาทิตย์ที่ 05 กรกฏาคม 2009 เวลา 17:12 น. |
|
เล็งขายหุ้นเอเชีย
เอไอเอเร่งเดินหน้าตามแผนแยกตัวจากบริษัทแม่เอไอจี ล่าสุดทำสัญญาแลกหุ้นที่เอไอจีกับการถือหุ้นในนิติบุคคลเฉพาะกิจ ร่วมกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ถือหุ้นบุริม สิทธิมูลค่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญ คาดดำเนินการเสร็จสิ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ระบุเป็นการช่วยรักษามูลค่ากลุ่มธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชียและฐานเงินกองทุน
มาร์ค วิลสัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่มบริษัทเอไอเอ เผยว่า อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล กรุ๊ป, อิงค์ (เอไอจี) ซึ่งเป็นบริษัท แม่ของบริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด (เอไอเอ) ได้ประกาศว่าเอไอจีได้ทำสัญญากับธนาคารกลางสหรัฐฯ
ในการกำหนดให้เอไอเอ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทผู้นำธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาคเอเชีย ในการ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ใน เอเชีย เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของตลาดหุ้นในขณะนั้นของประเทศนั้นๆ
สำหรับสัญญาดังกล่าว เอไอจีจะโอนหุ้นที่ถือครองในเอไอเอไปยังนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อแลกเปลี่ยนกับหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญในนิติบุคคลเฉพาะกิจ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะได้รับหุ้นบุริมสิทธิในนิติบุคคล เฉพาะกิจเอไอเอมูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สินของเอไอจีที่มีต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้สัญญาให้ความช่วยเหลือทางการเงินในจำนวนที่เท่ากัน ขณะที่เอไอจีจะถือครองหุ้นสามัญในนิติบุคคล เฉพาะกิจเอไอเอ และจะได้รับผลประโยชน์จากมูลค่าตลาดของหุ้นสามัญเอไอเอในส่วนที่สูงกว่าหุ้นบุริมสิทธิ จากการที่นิติบุคคลเฉพาะกิจสามารถจำหน่ายหุ้นที่บริษัทถือครองในอนาคต ทั้งนี้ เอไอจีคาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งปีหลังของปี 2552 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของข้อตกลงรวมทั้งการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
นายมาร์ค กล่าวว่าการดำเนินการนี้จะช่วยเร่งการแยกเอไอเอออกเป็นอิสระ และช่วยรักษามูลค่าของธุรกิจประกันชีวิตของกลุ่มบริษัทในภูมิภาคเอเชีย การปกป้องมูลค่าของเอไอเอที่มีฐานเงินกองทุนที่มั่นคงมากนี้จะให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือกรมธรรม์ พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ถือหุ้นซึ่งเอไอเอมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเริ่มโฉมใหม่ในฐานะบริษัทหนึ่งในประกันชีวิตชั้นนำของโลก
ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า สัญญาดังกล่าวจะทำให้เอไอจีสามารถบรรลุเป้าหมายในการชำระคืนเงินกู้เต็มจำนวนตามที่ได้รับความช่วยเหลือจากประชาชนผู้เสียภาษีชาวสหรัฐฯ ทั้งยังเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของกระบวนการปรับโครงสร้างของบริษัทที่กำลังดำเนินการอยู่ทั่วโลก การแลกเปลี่ยนหนี้ที่มีภาระค้ำประกันเป็นหุ้นบุริมสิทธิข้างต้นจะช่วยลดภาระทางการเงินของเอไอจี และช่วยให้เกิดความคล่องตัวจากการแยกเป็นองค์กรอิสระของบริษัทหลักๆ ในเครือ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น “สยามธุรกิจ” ได้นำเสนอข่าวความคืบหน้าการแยกตัวของเอไอเอจากเอไอจีเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่าเอไอเอได้ประกาศปรับภาพลักษณ์แบรนด์ (Rebranding) เพื่อรองรับกับการแยกตัวในครั้งนี้ ซึ่งของแผนการนำเอไอเอ กรุ๊ป เข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์ที่ฮ่องกงในปีหน้านั้น คาดว่าจะนำเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ตามราคาตลาด ณ ปัจจุบัน น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทีเดียว
ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเอไอเอมีธุรกิจอยู่ใน 13 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเก๊า มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม มีลูกค้ากว่า 20 ล้านคน มีเครือข่ายตัวแทน 250,000 คน และมีสินทรัพย์มากกว่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2.07 ล้านล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ) และมีแผนจะรวมกลุ่มบริษัทฟิแลม (The Philam Group of Companies) ซึ่งมีฐานการดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ และบริษัท อลิโก ไต้หวัน เข้ารวมในกลุ่มบริษัทเอไอเอด้วยเช่นกัน |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 กรกฏาคม 2009 เวลา 22:41 น. |